ตามข่าวที่ได้ติดตามทุกวัน ล่าสุด เรามีการขอความร่วมมือจากจังหวัดแถวชายแดนให้ไม่เผา จึงมีข้อสังเกตว่า ข้อมูลที่สื่อสารต่อสาธารณะอาจสะท้อนภาพของปัญหาได้ไม่ครบถ้วน ผู้เขียนซึ่งได้รับผลกระทบต่อการทำงาน การใช้ชีวิต และ สุขภาพ เช่นเดียวกับหลายท่าน จึงมีข้อมูลและคำถามมาแลกเปลี่ยนกับท่านผู้อ่าน ดังนี้
1. หากฝุ่นมาด้วยทิศทางลม แผนที่จุดความร้อนของ NASA ชี้ให้เห็นว่า แหล่งกำเนิดฝุ่นจำนวนมากอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งควรถูกนำมาพิจารณาร่วมกับมาตรการภายในประเทศ


2. งานวิจัยเชิงประจักษ์จำนวนมาก แสดงให้เห็นตรงกันว่า สาเหตุหลักของฝุ่นใน กทม. เกิดจากการจราจรและอุตสาหกรรม โดยสภาพอากาศเป็นปัจจัยเสริม ตัวอย่างที่เห็นชัดในทางปฏิบัติ เช่น สมัยมีมาตรการปิดเมือง (Lockdown) เพื่อควบคุมโรคโควิด 19 ในช่วงเวลานั้น หากจำกันได้ เรามีท้องฟ้าใสสะอาด
3. หากการเผาเป็นสาเหตุหลักของฝุ่นในเมือง คำถามที่ควรพิจารณาคือ เหตุใดเมืองที่อยู่ท่ามกลางการเผาอย่างพนมเปญ จึงมีค่าฝุ่นต่ำกว่า กทม. ในช่วงเวลาเดียวกัน


4. การสื่อสารว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญ-ลานีญา หรือ ENSO ไม่มีผลต่อฝุ่น อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องจากงานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า มีผลทางอ้อมผ่านสภาพอากาศ เช่น ถ้าสืบค้นด้วยคำว่า “pm2.5 ENSO” ก็จะมีผลการค้นหา เป็นงานวิจัยวิทยาศาสตร์จำนวนไม่น้อยว่า มีความสัมพันธ์กันโดยทำให้สภาพอากาศเอื้อต่อการสะสมฝุ่นหรือลดฝุ่น
บางอย่างเราก็อาจไม่รู้ทั้งหมด เช่น ผู้เขียนก็ยังไม่มีคำตอบให้ตัวเองว่า ในปีนี้ เหตุใดแถวคลองจั่นทุ่งบางกะปิ จึงมีฟ้าที่ค่อนข้างใสในยามเช้า แม้เครื่องฟอกอากาศภายในบ้านจะแสดงให้เห็นว่า ยังคงมีฝุ่นอยู่ในระดับปานกลาง แต่หากขับรถไปละแวกทุ่งรังสิต ก็จะเห็นฝุ่นหนาขาวเป็นหมอกปกคลุมไปทั่ว รวมทั้งภายในมหาวิทยาลัย จนเป็นระดับที่ควรประกาศเป็นภาวะวิกฤตสุขภาพของประชาชน อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่า ความแตกต่างดังกล่าวน่าจะสะท้อนบทบาทของกระแสลมร่วมกับความหนาแน่นของการจราจรและอุตสาหกรรม โดยเปรียบเทียบกับพื้นที่นนทบุรีและปทุมธานี จึงทำให้ทุ่งบางกะปิ ค่อนข้างมีอากาศที่ดีกว่าทุ่งรังสิต

แน่นอนว่า ฝุ่น PM2.5 ไม่ได้เลือกเหยื่อ มันเข้าสู่ปอดของทั้งเด็ก คนทำงาน และผู้สูงอายุ จนทั้งประเทศมีคนป่วยได้รับผลกระทบเป็น 10 ล้านคน แต่ทว่า นโยบายของเราเหมือนจะไม่มุ่งเน้นสาเหตุหลักในเมือง โดยเลือกที่จะไม่เห็นบางความจริง
เมื่อหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่า แหล่งกำเนิดหลักของฝุ่นใน กทม. อยู่ในเมือง ไม่ใช่ในไร่นา คำถามจึงไม่ใช่ว่า ‘ใครเผา’ แต่คือ ‘เรากล้าจัดการกับต้นตอในเมืองแค่ไหน’ หรือแท้จริงแล้ว การแก้ฝุ่นแบบเกาไม่ถูกที่คัน อาจไม่ใช่เพราะเราไม่รู้สาเหตุ แต่เพราะการแก้ตรงจุดนั้น กระทบกับโครงสร้างและผลประโยชน์ที่ไม่อยากถูกแตะต้อง
อย่างไร จุดยืนของผู้เขียน คือ การแก้ปัญหาต้องทำให้ “ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย” (Polluter Pays Principle: PPP) ตามหลักเศรษฐศาสตร์ โดยมี พ.ร.บ. อากาศสะอาด เป็นเงื่อนไขเบื้องต้น (necessary condition) ของการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
บทความก่อนหน้าของผู้เขียน
สาเหตุหลักของฝุ่น PM2.5 ใน กทม. และ ทางออก https://www.dailynews.co.th/news/5429788/
PM2.5 มหันตภัยคุกคามชีวิตคนกรุง: ความล้มเหลวเชิงนโยบายและโครงสร้างของประเทศ https://isranews.org/article/isranews-article/144094-PM-2-5-A-Severe-Hazard-Threatening-the-Lives-of-Bangkokians.html
แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ต้องใช้การเมืองดีและมีรัฐบาลเห็นค่าชีวิตคนไทย https://www.isranews.org/article/isranews-article/144760-Solving-PM-2-5-pollution-problem-requires-good-governance-and-effective-politics.html