เลี้ยงลูกในโลกใหม่ : พัฒนาการเด็ก ประชาธิปไตย และโลกใหม่ของทุกคน

1485 views

หากกล่าวถึงสิ่งมีชีวิตที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “มนุษย์” ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์อาจอธิบายสัตว์ชนิดนี้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่อยู่ ณ จุดสูงสุดของวิวัฒนาการ อันจะเห็นได้จากการมีกระดูกสันหลังที่ตั้งตรงฉากกับพื้นดิน และการมีสมองขนาดใหญ่ไว้สำหรับประมวลผลและสั่งการ แต่ในทางสังคมศาสตร์ บทบาทของ “มนุษย์” กลับแตกต่างออกไป “มนุษย์” เป็นเพียงสัตว์สังคมรูปแบบหนึ่งที่มีการรวมกลุ่มกันเพื่อการอยู่รอดผ่านการสร้างและสั่งสมวัฒนธรรม โดยการจะเติบโตเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยแวดล้อมหลายประการ ซึ่งในตำราเรียนของหลาย ๆ สำนักอาจกล่าวไว้ว่า สิ่งเหล่านี้คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค แต่ในความเป็นจริงแล้ว มนุษย์เราต้องการมากกว่านั้น เพราะวิวัฒนาการ “ความเป็นมนุษย์” ไม่เคยหยุดเปลี่ยนแปลง 

ตลอดหลายพันปีแห่งประวัติศาสตร์มนุษยชาติ บทบาทของมนุษย์ค่อย ๆ มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามเงื่อนไขทางสังคมที่ถูกสร้างขึ้นและถูกส่งต่อกันในแต่ละยุคสมัย  ด้วยเหตุนี้ ปัจจัย 4 ที่เคยเพียงพอสำหรับวิถีชีวิตของมนุษย์จึงอาจกลายเป็นเพียงหนึ่งในประเด็นพื้นฐานที่ทุกคนคำนึงถึง เพื่อสนับสนุนการดำรงอยู่ของปัจจัยที่เกิดขึ้นตามมาในภายหลังเพราะวิวัฒนาการของโครงสร้างสังคม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกลไกหลักที่คอยเชื่อมมนุษย์ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมทั้งสิ้น ทำให้รูปแบบการถ่ายทอดวิทยาการที่ครอบคลุมไปถึงประเด็นทางด้านศีลธรรมจากรุ่นสู่รุ่นจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นไปของกระแสสังคมปัจจุบัน ภายใต้เงื่อนไขการมีคุณภาพชีวิตที่ดีตั้งแต่ครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน  ด้วยเหตุนี้ ทางคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้จัด ปาฐกถาพิเศษ ป๋วย อึ๊งภากรณ์  ครั้งที่ 18 ขึ้น เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา ในหัวข้อ “เลี้ยงลูกในโลกใหม่ : พัฒนาการเด็ก ประชาธิปไตย และโลกใหม่ของทุกคน”  โดยได้รับเกียรติจากจิตแพทย์และนักเขียนผู้มากไปด้วยประสบการณ์และความสามารถอย่าง นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ มาร่วมบอกเล่าประสบการณ์ชีวิตตลอด 60 กว่าปีบนผืนแผ่นดินไทยท่ามกลางมรสุมและการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจและการเมือง




คำว่า “วิกฤต” เป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยกันดี แต่จะมีสักกี่ครั้งที่คนไทยจะสามารถรับมือได้ด้วยความเข้าใจ เห็นได้ชัดจากสถานการณ์ของบรรดาพ่อแม่มือใหม่กับการเลี้ยงลูกคนแรก ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นภาวะวิกฤตแห่งชาติของทุกครอบครัว  ด้วยความใหม่ของผู้เลี้ยงดูและความไร้เดียงสาที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แม้แต่การสื่อสารสิ่งที่ตนต้องการของมนุษย์แรกเกิด ทำให้ใช้ชีวิตกับสมาชิกใหม่ของครอบครัวในแต่ละวัน จึงเป็นไปด้วยความยากลำบากและปราศจากความสมเหตุสมผล  สิ่งที่ทำได้จึงมีเพียงการเรียนรู้ที่จะ “เดาใจ” ระหว่างกันเท่านั้น เพื่อให้ชีวิตในแต่ละวันของเด็กน้อยคนหนึ่งถูกเติมเต็มในส่วนที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้จนสมบูรณ์แบบที่มนุษย์คนหนึ่งพึงจะได้รับ  เมื่อเวลาผ่านไป ความต้องการของลูกน้อยก็ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุตรและผู้ดูแลกลายเป็นเหมือนการเล่นเกมวิ่งไล่จับ  คนหนึ่งที่กำลังเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ชีวิตจึงทดลองทำทุกสิ่งที่ตนอยากทำ ส่วนอีกคนหนึ่งก็ต้องพยายาม “ตามเช็ด” ความเสียหายและบรรดาปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เป็นเหตุให้ภาวะวิกฤตวนกลับเข้ามาสู่ครอบครัวในทุก ๆ ครั้งที่พ่อแม่และเด็กมีความเข้าใจในเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ตรงกัน ซึ่งอาจนำไปสู่ความรุนแรงในครอบครัว เพราะความเครียดที่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องและตรงประเด็น  ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น นายแพทย์ประเสริฐจึงแนะนำให้พ่อแม่มือใหม่ทุกคน “เข้าใจ” พัฒนาการของลูก เช่นเดียวกับที่เข้าใจความเป็นไปของสังคม แต่ความร่วมมือจากพ่อแม่เพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้เด็กขึ้นหนึ่งเติบโตขึ้นมาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้ เนื่องจากเด็กแต่ละคนจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากสังคมเพื่อให้การทำหน้าที่ทั้ง 3 ประการ อันได้แก่ การอ่าน การเล่น และการทำงานในแต่ละช่วงวัยของตน ซึ่งมีความแตกต่างทางด้านรูปแบบกิจกรรมที่ผันแปรไปตามความซับซ้อนของพัฒนาการและประสบการณ์การเรียนรู้ สัมฤทธิ์ผล ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเข้ามามีบทบาททำให้เด็กทุกคนสามารถทำหน้าที่ของตนอย่างมีประสิทธิภาพและเท่าเทียมผ่านการออกแบบนโยบายจากความเข้าใจในพัฒนาการของเด็กและครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษา

แม้ว่าประเทศไทยจะมีการจัดงานสัปดาห์หนังสืออยู่เป็นประจำทุกปี แต่การเข้าถึงหนังสือของประชากรไทยกลับน้อยมากเมื่อเทียบกับหลาย ๆ ประเทศ ทั้งเวลาในการอ่านหนังสือ จำนวนบรรทัดที่อ่านหนังสือ และจำนวนเงินที่ใช้ไปสำหรับการซื้อหนังสือ  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาของหนังสือไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือนิทานสำหรับเด็กที่ราคามาตรฐานพุ่งสูงถึง 200 บาทต่อเล่ม แต่ค่าแรงขั้นต่ำต่อวันของพ่อแม่ผู้ปกครองกลับคงที่อยู่ที่ 300 บาทต่อวัน  ในมุมมองของนายแพทย์ประเสริฐแล้ว การซื้อหนังสือนิทานอ่านก่อนนอนให้ลูกน้อยฟังสักเล่มจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำที่รายได้แทบจะไม่เพียงพอกับค่ากินอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น การทำงานที่หนักหน่วงตลอดทั้งวันโดยไม่ได้หยุดพักอย่างเพียงพอ อาจทำให้พ่อแม่ละเลยกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการบางส่วนของลูกไป เพราะไม่มีเวลาและเรี่ยวแรงมากพอ เป็นเหตุให้พัฒนาการในวัยนี้ของเด็กตกอยู่ในภาวะครึ่ง ๆ กลาง ๆ  ถ้าหากไม่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยาวนานมากพอภายใต้ข้อจำกัดและเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงไป อาจทำให้การเติบโตของเด็กช้าลงและหยุดชะงักได้เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน

จุดอ่อนของการศึกษาไทยอีกประการหนึ่งคือ หลักสูตรและเนื้อหาบทเรียน โดยจะเห็นได้ว่า ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก ตำราเรียนของเด็กไทยมีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่หนีห่างออกจากกระแสปัจจุบันมากขึ้นทุกที อันจะเห็นได้จากระดับความยากของเนื้อหาที่ใช้สำหรับข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่นับวันเริ่มผนวกรวมเนื้อหาบางส่วนที่ควรจะศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยตามความถนัดและความสนใจที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลเข้าไปมากขึ้น  ช่วงเวลา “อ่าน เล่น และทำงาน” ตามพัฒนาการ จึงไม่ถูกเฉลี่ยให้ได้รับความสำคัญอย่างเท่าเทียมกันดังเดิม  ในมุมมองของนายแพทย์ประเสริฐแล้ว มนุษย์ที่ต้องใช้ตารางชีวิตที่ไม่สมดุลเช่นนี้ไม่สามารถเติบโตมาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้ เพราะเป็นการใช้ชีวิตที่ปราศจากความยืดหยุ่น อันเป็นผลมาจากการไม่ได้ออกไปพัฒนาทักษะชีวิตผ่านการเล่นในกิจกรรมต่าง ๆ มากเท่าที่ควร ทำให้อาจส่งผลต่อการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในยุคที่โลกหมุนเวียนเปลี่ยนไปตลอดเวลา  ทางออกที่ดีที่สุดของปัญหานี้คือการปฏิรูปการศึกษา  นายแพทย์ประเสริฐได้เสนอให้เริ่มต้นจากการจัดการการกระจายอำนาจใหม่เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่รับผิดชอบและดูแลสถานศึกษาภายในท้องถิ่นโดยตรงก่อนที่จะไปปรับปรุงหลักสูตรและระเบียบรวมไปถึงเงื่อนไขทางการศึกษาอื่น ๆ ของประเทศ เช่น บุคลากรทางการสอน ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การศึกษากลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถจับต้องได้มากยิ่งขึ้นในทางปฏิบัติ เช่นเดียวกับประชาธิปไตยที่ควรเป็นของประชาชนคนไทยอย่างแท้จริง ทั้งในทางทฤษฎีที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้งและการปฏิบัติที่สะท้อนผ่านเป้าหมายการพัฒนา 

ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนกลับคืนสู่การเป็นเชิงตะกอน วัฏจักรการพัฒนามนุษย์เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยเป็นไปตามเงื่อนไขทางสังคมที่ผันแปร  ความซับซ้อนของโครงสร้างสังคมและภาวะวิกฤตทำให้มนุษย์ต้องรู้จักการปรับตัว แต่การปรับตัวเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอจะทำให้มนุษย์อยู่รอดในโลกใบนี้ได้ดังเดิม เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม มนุษย์จำเป็นต้องมีการรวมกลุ่มกัน ดังนั้นการเข้าใจความแตกต่างของกันละกัน ทั้งในแง่ของรสนิยม ความชอบ ช่วงวัย และพัฒนาการ จึงเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนพึงมี เพื่อขับเคลื่อนให้ตัวปัจเจกและสังคมก้าวข้ามผ่านปัญหาและถักทอประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติต่อไปได้  ซึ่งในบางครั้ง อาจจำเป็นต้องเริ่มต้นตั้งแต่การทำให้ปัจจัยอันเป็นเงื่อนไขทางสังคมที่เติมเต็มความสมบูรณ์ของการเติบโตเป็นมนุษย์อย่างการศึกษาสอดคล้องกับความเป็นจริงในปัจจุบันมากยิ่ง ภายใต้เงื่อนไขความแตกต่างของปัจจัยทางสังคมและสภาพแวดล้อมของการเติบโต เพื่อเสริมสร้างให้เด็กแต่ละคนสามารถเติบโตไปเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ในทุก ๆ ช่วงวัยของพัฒนาการ  

ลักษิกา สถาปัตยานนท์
นักศึกษาเศรษฐศาสตร์ที่อยากเห็นคนทั่วไปเข้าเศรษฐศาสตร์มากกว่าวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับเศรษฐกิจ