สมมติฐานที่ 2 “สาเหตุด้านอำนาจผูกขาด”
นอกจากภาวะต้นทุนการเลี้ยงดูหมูที่สูงขึ้น ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นอาจเกิดจากการที่ผู้ผลิตมีอำนาจในการกำหนดราคา หรือที่เรียกว่าอำนาจผูกขาด (Monopoly power) ทั้งนี้ โครงสร้างตลาดสุกรในประเทศไทย เริ่มจากเกษตรกรที่มีทั้งฟาร์มขนาดเล็ก ฟาร์มขนาดใหญ่และไปจนถึงธุรกิจครบวงจร ประกอบด้วย โรงเชือด โรงแปรรูป ไปจนถึงตลาดสดหรือหน้าเขียง (อัจจิมา ณ ถลาง, 2559) โดยฟาร์มขนาดใหญ่และธุรกิจครบวงจรอาจมีการเพิ่มมูลค่าให้กับเนื้อสุกร มีช่องทางไปถึงตลาดขายเนื้อหมูและมีอำนาจในการกำหนดส่วนต่างของราคาได้ดีกว่า ในปัจจุบันข้อมูลที่จะสะท้อนอำนาจตลาดของหน่วยผลิตในห่วงโซ่อุปทานการผลิตเนื้อสุกรยังมีค่อนข้างจำกัด จึงยากจะตอบคำถามดังกล่าวได้อย่างชัดเจน
“หมูแพง” กับทางเลือกของผู้บริโภค
การเปลี่ยนแปลงของการบริโภคสินค้าใดๆ เมื่อราคาสินค้านั้น (หรือสินค้าอื่น) เปลี่ยนแปลงจะเรียกว่า ผลทางด้านราคา (Price effect) เช่น เมื่อราคาเนื้อหมูแพงขึ้นเป็นจาก 150 เป็น 200 บาท/กิโลกรัม นาย B จึงลดปริมาณการบริโภคเนื้อหมูลงจาก 2 เป็น 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจจะเรียกได้ว่าผลที่เกิดขึ้นจริงนั่นเอง ในทางทฤษฎีเศรษฐศาสตร์จุลภาค ผลทางด้านราคา ประกอบด้วย ผลทางด้านรายได้ (Income effect) และผลทางด้านการทดแทน (Substitution effect) ในส่วนนี้จะอธิบายผ่านตัวอย่างของนาย B ดังนี้
สมมติว่าถ้าเดิม นาย B รายได้ต่อสัปดาห์ 6,000 บาท เมื่อราคาเนื้อหมูแพงขึ้น นาย B ซื้อเนื้อหมูได้ในปริมาณลดลงจาก 40 กิโลกรัม เป็น 30 กิโลกรัม การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้นาย B รู้สึกว่าตนเองมีรายได้แท้จริงลดลง จึงบริโภคเนื้อหมูลดลง
ในส่วนของผลทางการทดแทน ผู้บริโภคจะพิจารณาราคาเนื้อหมูเปรียบเทียบกับราคาเนื้อประเภทอื่น (หรือสินค้าอื่น) กล่าวได้ว่า ถ้าราคาเนื้อหมูแพงขึ้น ราคาเนื้อประเภทอื่นโดยเปรียบเทียบกับราคาเนื้อหมูก็จะถูกลง จากคำกล่าวนี้นาย B จะตัดสินใจบริโภคเนื้อประเภทอื่นทดแทนเนื้อหมูเสมอ โดยไม่เกี่ยงว่าราคาเนื้อประเภทอื่นๆ นั้นมีราคาเท่าใด อย่างไรก็ตาม การเลือกสินค้าทดแทนของผู้บริโภคแต่ละคนย่อมมีความแตกต่างกัน ขึ้นกับความชอบของผู้บริโภคคนนั้นต่อโปรตีนที่จะมาทดแทนเนื้อหมู หรือไม่ก็หากเราชอบบริโภคเนื้อหมูมากกว่าเนื้อไก่อยู่แล้ว เราคงหันไปกินเนื้อไก่หรือเนื้อสัตว์ทดแทนอื่น ๆ ได้ลำบาก นอกจากนี้ การหันไปบริโภคเนื้อสัตว์อื่น ๆ ก็นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของราคาเนื้อสัตว์ทดแทนอื่น ๆ ซึ่งจะกล่าวในลำดับต่อไป
“หมูแพง” กับดุลยภาพทั่วไป
ในลำดับถัดไป จะวิเคราะห์ถึงผลของการเปลี่ยนแปลงของราคาเนื้อหมูไปสู่ตลาดสินค้าประเภทอื่นๆ เรียกว่า การวิเคราะห์ดุลยภาพทั่วไป (General equilibrium) หลักการพื้นฐานของการวิเคราะห์ดุลยภาพทั่วไป คือ ต้องคำนึงถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในทุกตลาดที่เกี่ยวข้อง ในกรณีของตลาดเนื้อหมูซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญของผู้บริโภคในประเทศ ตลาดสินค้าอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกับตลาดเนื้อหมู เช่น เนื้อไก่ ไข่ หรือกุ้ง เป็นแหล่งโปรตีนทดแทนที่สมเหตุสมผล เมื่อราคาเนื้อหมูแพงขึ้น ผู้บริโภคย่อมหันไปบริโภคเนื้อประเภทอื่น ๆ ส่งผลให้เกิดความต้องการเนื้อประเภทอื่น ๆ เพิ่มขึ้นและทำให้ราคาเนื้อประเภทอื่น ๆ เพิ่มขึ้นตาม
จากภาพที่ 2 แนวโน้มของอัตราการเปลี่ยนแปลงของเนื้อประเภทต่าง ๆ มีแนวโน้มไปในทางเดียวกัน ในช่วงกลางปี 2564 อัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้ายกเว้นไข่ไก่ มีอัตราติดลบจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ชะลอการบริโภคลง และมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 2564 และมกราคม 2565 ดังนั้น เราคงเห็นความสัมพันธ์แบบคราว ๆ ว่า ราคาเนื้อหมูแพงก็ส่งผลให้ราคาเนื้อสัตว์อื่น ๆ แพงขึ้นไปด้วยนั่นเอง